การทำธุรกิจนั้นเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในเจริญก้าวหน้าไป เพราะทุกธุรกิจนั้นต้องมีการจ้างงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและยังก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆที่นำมาสู่การแข่งขันทางตลาดกันมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นการหาเคล็ดลับมาช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับตัวเองถือว่าเป็นสิ่งดี ประกอบไปด้วย
1.มีความชื่นชอบ การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นต้องจำไว้เสอมว่ามีโอกาสที่จะล้มเหลวด้านการบริหารหรือด้านการเงินในบางจังหวะแต่อย่าเพิ่งรีบถอย เพราะบางครั้งการล้มเหลวนั้นจะกลายเป็นแรงผลักดันที่ดี หากมีความอดทนลองทำต่อไปก็จะนำไปสู่ความสำเร็จได้
2.การกำหนดตลาดให้ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ผิดพลาดมากที่สุด ฉะนั้นแล้วการกำหนดกลุ่มเป้าหมายถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก
3.ราคาสินค้า สำหรับการตั้งราคาสินค้าหรือบริการธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่ศึกษาข้อมูลตลาดมาก่อนนั้นอาจจะทำให้ธุรกิจไปไม่รอดเลย ซึ่งการตั้งราคานั้นจะต้องพิจารณาสินค้าหรือบริการให้อยู่ในขั้นพื้นฐานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4.ความซื่อสัตย์ ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์กับธุรกิจนั้นอาจจะเสียลูกค้าไปได้โดยง่าย เช่น มีการโฆษณาว่าสินค้าใช้วัสดุชั้นดี แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ หรือมีการรับประกันสินค้า แต่กลับไม่ยอมทำตามที่พูดก็จะทำให้สูญเสียลูกค้าไป
5.การใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วย โดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่มักจะจดจ่ออยู่กับการตลาดออนไลน์ ฉะนั้นควรจะคิดให้รอบคอบก่อนใช้ว่าจะใช้อย่างไรและนำเสนออะไรลงไปได้บ้างในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจโดยให้ลูกค้าสามารถติดตามได้
6.การประชาสัมพันธ์ โดยการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมหรือประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เพราะจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีและราคาก็ถูกกว่าการลงโฆษณาบนโทรทัศน์หรอแบนเนอร์ตามอินเทอร์เน็ต
7.การมองหาผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งผู้ประกอบการรุ่นใหม่นั้นอาจจะมีความชำนาญทางเทคโนโลยี แต่ผู้ประกอบการรุ่นเก่านั้นมีประสบการณ์ที่มากกว่า ฉะนนั้นการมองหาที่ปรึกษาทางธุรกิจจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันได้ อีกทางทั้งยังช่วยในการสร้างโอกาสในการแชร์ข้อมูลร่วมกันกับผู้ทำธุรกิจในประเภทเดียวกันได้อีกด้วย

 

สมัยนี้ธุรกิจในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย

และก็ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีประสบความสำเร็จได้ในครั้งแรก ซึ่งเทคนิคที่ทำให้ดำเนิธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย และช่วยทำให้นักลงทุนใหม่ ใช้เงินตั้งต้นจำนวนน้อย เรียกได้ว่าประหยัดเงินลงทุนตั้งกิจการคือ Lean Startup หรือการให้ความสำคัญกับผู้บริโภคหรือลูกค้าเป็นที่ตั้ง และมุ่งเน้นการลดขั้นตอนที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ทำให้สูญเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยก่อนเปิดบริษัทเจ้าของกิจการจะต้องไปพบปะพูดคุยกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง เพื่อสำรวจหาความต้องการที่แท้จริง แล้วจึงสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการลูกค้า

startup ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก

มักจะเริ่มต้นจากการมีทุนเพียงน้อยนิดหรือกระทั่งมีทุนเป็นศูนย์ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด อันที่จริงในการสร้างกิจการใช่ว่าการมีทุนอย่างเดียวจะนำพาให้ธุรกิจของเราประสบควาสำเร็จ แต่ผู้ประกอบการควรต้องมีไอเดียที่ชัดเจนว่าอยากจะทำอะไรเพื่อขายให้ใครไว้ก่อนเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานและส่วนประกอบสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือความมุ่งมั่นที่ทำให้ธุรกิจของเรากลายเป็นจริงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมุ่งมั่นนั้นจะต้องมาจากตัวเราเอง ความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดต่าง ทำสิ่งที่แตกต่าง รวมถึงความเข้าใจในธุรกิจและการบริหาร

ความแตกต่างของบริษัทในรูปแบบ Startup กับบริษัทธรรมดาคือ Startup จะหมายถึงธุรกิจที่วางแผนมาเพื่อเติบโตแบบก้าวกระโดดจากคนเพียงไม่กี่คน โดยสินค้าที่ทำออกมาคือก็คือ Software หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งการลงทุนไม่สูง หากมีการวางแผนธุรกิจที่ดี มีไอเดีย สามารถสร้างผลงานให้คนใช้ได้ทั่วโลก ก็จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่การจะทำให้ธุรกิจให้ออกมาดีก็ต้องใช้เงินทุน โดยธุรกิจ Startup จะมีประเพณีการหาเงินทุนด้วยการขอเงินจากนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนจะมีการได้สิทธิ์ในการแบ่งปันรายได้ หรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทไปด้วย สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ startup แตกต่างจาก SME คือ Model ธุรกิจ โดยธุรกิจของ startup จะต้องถูกออกแบบมาให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แบบก้าวกระโดด จึงแตกต่างจาก SME

แม้จะมี Startup สัญชาติไทยไปแจ้งเกิดในเวทีระดับนานาชาติแล้วก็ตาม แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเรายังมีนวัตกรรมและ Startup เกิดขึ้นน้อยมาก อันเนื่องมาจากยังขาดซึ่งการสนับสนุนจากหลายๆทาง แต่ขณะเดียวกันก็อยากเห็นความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆในการผลักดันให้ Startup ไทยที่มีแนวคิดดีๆนวัตกรรมใหม่ๆก้าวสู่เวทีโลก Startup ที่จะเติบโตได้ในยุคนี้ต้องคิด,วางแผนธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เจาะตลาดระดับเอเชียได้ ไม่ใช่แค่เพียงตลาดไทยเพราะมีโอกาสในการเติบโตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจะต้องหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเชื่อมโยงและสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมา

10

จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทย มีถึงประมาณ 73 ล้านเลขหมายฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 25 ล้านคน ขณะที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมีมากถึง 20 ล้านคน “กรุงเทพฯ” กลายเป็นเมืองหลวงของ Facebook ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Application ที่ชื่อ Line มากเป็นอันดับ 2 ของโลก สนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับการจัดอันดับเป็น The World’s Most Instagram Popular Destination 2012 ขณะที่ประเทศไทยยังติดอันดับ 15 ประเทศแรกในโลกสำหรับตลาดของ Mobile Application และเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่คือแรงผลักสำคัญ ดันให้ “ธุรกิจเกิดใหม่” หรือ สตาร์ทอัพ ในกลุ่มดิจิทัลของไทย ที่หอมหวานสุดๆเมื่อก่อนวงการสตาร์ทอัพบ้านเรายังเล็กมาก ไม่ค่อยโต เพราะหนึ่งเลยนักลงทุนยังไม่ค่อยมอง และสอง คนมาทำก็ยังน้อย อย่างกิจกรรมที่จัดสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ แทบไม่มีเลย แต่ปีที่แล้วจนมาปีนี้มีอีเวนท์สตาร์ทอัพเกิดขึ้นเยอะมาก เรียกว่าโตเป็น 2-3 เท่า เป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงจริงๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน

ตอนนี้สตาร์ทอัพบ้านเรากำลังบูมอย่างมาก ที่ยุโรปก็บูม แต่สู้ภูมิภาคเราไม่ได้ เขามีปัญหาเพราะค่าตัวแพง คิดดูว่าให้เงินหนึ่งล้านบาทที่นี่ กับหนึ่งล้านบาทที่ยุโรปคุณค่ามันต่างกัน หนึ่งล้านบาทที่นี่อาจจะให้รีเทิร์นกลับมาเร็วกว่า ขณะที่เขามองต่อไปอีกว่า ที่โน่นแม้ทำธุรกิจเกิด แต่คนไม่มีตังค์เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ฉะนั้นรีเทิร์นก็จะไม่ดีตามไปด้วย แต่ภูมิภาคเราคนมีตังค์ พร้อมที่จะซื้อ พร้อมที่จะจ่าย ถ้าลองไปอีเวนท์ของสตาร์ทอัพจะรู้เลยว่าฝรั่งเยอะมากและหน้าไม่เคยซ้ำเลยมันหอมหวานมากๆ

ธุรกิจสดใสขนาดนี้ แล้วสตาร์ทอัพบ้านเราอยู่ในสถานการณ์ไหน เขาขยายภาพว่าปัจจุบันน่าจะมีธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยไม่ต่ำกว่า 500 ราย โดยมีศูนย์กลาง อยู่ที่กรุงเทพ เชียงใหม่และภูเก็ต โดย Thai Startup ส่วนใหญ่อยู่ในระยะเริ่มต้นและมีความหลากหลายของธุรกิจสูง เรียกว่าตั้งแต่กลุ่ม Hardware, Software, Web, Mobile Application, Lifestyle Business และ B2B เหล่านี้ส่วนอุตสาหกรรมที่ฮอตสุดๆ สำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ ก็ต้อง ธุรกิจบันเทิง ท่องเที่ยว สุขภาพ การศึกษา อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มยานยนต์ เหล่านี้ เป็นต้น

ทำความรู้จักเกี่ยวกับ StartUp เล็ก ๆ น้อย ๆ

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้รู้จักกับธุรกิจแนวใหม่ อันที่่จริงก็ไม่ใช่แนวใหม่อะไรหรอกนะครับ เพียงแต่เป็นธุรกิจที่มีการริเริ่มสร้างสรรค์มาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่อเมริกานั่นเอง StartUp จริง ๆ แล้วใช้สำหรับคนเริ่มธุรกิจไม่ว่าจะแนวไหนก็แล้วแต่ แต่พอไม่นานคำนี้ส่วนใหญ่ได้ใช้กับธุรกิจที่มีความเป็น IT เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ IT Services เว็บไซต์ หรือ Apps เป็นต้น

ซึ่งเราเองก็จะได้เห็นกันไปตามสื่อต่าง ๆ บนเว็บไซต์ ว่ามีทั้งเรื่องราวของเว็บไซต์ และแอพลิเคชั่นอย่างมากมายเลยทีเดียวครับ ที่มีเรื่องราวการสร้างรายได้ และจัดทำเป็นธุรกิจอย่างมากมาย จริง ๆ แล้ว StartUP มักใช้กับผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ แต่พอมาถึงวันนี้แล้ว มักนิยมใช้กับผู้เริ่มต้นหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับด้าน IT ทั้งสิ้น และยิ่งยาวไปกว่านั้น ทั้งในเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เผชิญในโลกแห่งการเริ่มต้นธุรกิจเหล่านี้นั้น สิ่งที่เหมือน ๆ กันเลยก็คือไอเดีย และนวัตกรรมที่จะเข้ามีบทบาทอย่างมากในโลกยุคนี้

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนสนใจเรื่องราวการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ด้าน StartUP ก็อย่าลืมเข้ามาอ่านเรื่องราว และบทความได้ที่นี่นะครับ เพราะเรานั้น จะเริ่มหามุมมองเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ยังไงก็สามารถติดตามเราได้ที่นี่ เราจะหาบทความดี ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจเหล่านี้มาโพสต์ให้คุณได้อ่านอย่างพร้อมกัน